
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยความคืบหน้ากรณีฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบสถานบริการแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.วังตะกู อ.เมือง จ.นครปฐม ภายใต้ปฏิบัติการ Check-in The Airport เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า สถานบริการดังกล่าวเปิดดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาต ปล่อยให้มีการมั่วสุมและใช้ยาเสพติดภายในร้าน รวมถึงยินยอมให้เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการ
ปฏิบัติการดังกล่าวนำโดย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งลงพื้นที่ติดตามการจัดระเบียบสังคม ปราบปรามผู้มีอิทธิพล และแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเข้มงวด ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยมอบหมายให้ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองเข้าตรวจสอบสถานบริการเป้าหมายดังกล่าว
ทันทีที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น พบว่านักเที่ยวชายหญิงจำนวนมากกำลังดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเต้นรำอยู่ภายในร้าน เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวและสั่งเปิดไฟ นักเที่ยวหลายคนมีอาการแตกตื่น พยายามวิ่งหลบหนีออกทางประตูหนีไฟ ขณะที่บางส่วนพยายามโยนยาเสพติดทิ้งลงบนพื้นเพื่อทำลายหลักฐาน
จากการตรวจสอบโดยละเอียด เจ้าหน้าที่พบว่าสถานบริการดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบริการตามกฎหมาย อีกทั้งยังพบยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายจำนวนมาก รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า ตกอยู่ภายในร้าน จึงได้ทำการตรวจปัสสาวะผู้ใช้บริการทั้งหมด 377 คน พบมีผลเป็นบวกต่อสารเสพติด หรือปัสสาวะสีม่วง จำนวน 76 คน คิดเป็นร้อยละ 20 ของผู้ใช้บริการทั้งหมด แบ่งเป็นเพศชาย 51 คน และเพศหญิง 25 คน
นอกจากนี้ ยังพบผู้ใช้บริการที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 37 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของผู้ใช้บริการทั้งหมด โดยผู้มีอายุน้อยที่สุดมีอายุเพียง 17 ปี และในจำนวนนี้พบมีผลตรวจปัสสาวะเป็นบวกต่อสารเสพติด 3 คน
เบื้องต้น พนักงานฝ่ายปกครองได้แจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวผู้จัดการร้านส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในหลายข้อหา ประกอบด้วย ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่เหมาะสม จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยผิดกฎหมาย จัดตั้งสถานที่จำหน่ายหรือสะสมอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต และดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต
นายนฤชา กล่าวว่า จากพฤติการณ์ที่ปล่อยปละละเลยให้มีการใช้ยาเสพติดภายในร้าน และปล่อยให้เยาวชนเข้าใช้บริการ เข้าข่ายฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 22/2558 จึงได้เสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมาย พิจารณาสั่งปิดสถานบริการแห่งดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปี โดยในเบื้องต้นมีแนวโน้มที่จะดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว
อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้มีคำสั่งให้นายอำเภอและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่เกี่ยวข้องเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่ส่วนกลาง เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการสืบสวนสอบสวน พร้อมทั้งมีการประชุมประเมินความผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งหากตรวจสอบพบการกระทำความผิดเพิ่มเติม หรือพบเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จะมีการดำเนินการทางวินัยและกฎหมายอย่างเด็ดขาด
สำหรับความผิดฐานฟอกเงิน จะมีการส่งข้อมูลให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติม โดยถือเป็นการยกระดับมาตรการบังคับใช้กฎหมายตามนโยบายของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีในการปราบปรามการทุจริตและอิทธิพลมืดในพื้นที่
เมื่อถามว่าสถานบริการดังกล่าวมีใบอนุญาตประกอบกิจการถูกต้องหรือไม่ นายนฤชา ยืนยันว่า สถานบริการแห่งนี้ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่อาจเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จ.นครปฐม นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน และหลังจากนี้กรมการปกครองจะเดินหน้าตรวจสอบสถานบริการในลักษณะเดียวกันทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง