รู้แล้วทำไม ชายข้างห้อง “น้องพิม” รีบย้ายออก เจ้าตัวสารภาพเอง

รู้แล้วทำไม ชายข้างห้อง "น้องพิม" รีบย้ายออก เจ้าตัวสารภาพเอง

 

หนุ่มข้างห้อง “น้องพิม” รีบย้ายออกหลังเกิดเหตุ พร้อมสารภาพเหตุผล ขณะที่ตำรวจทำการจำลองเหตุการณ์ฟังเสียงขอความช่วยเหลือ
เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดี “น้องพิม” หญิงสาววัย 24 ปี พนักงานร้านสะดวกซื้อ ซึ่งถูกพบเสียชีวิตภายในหอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2569 ล่าสุดเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย หรือ “ผู้การบู” ผบก.สส.ภ.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สันติรักษ์ มงคลนำ ผกก.พิสูจน์หลักฐาน จ.อุดรธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน พนักงานสอบสวน และตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดอุดรธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอีกครั้งอย่างละเอียด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

 

 

รู้แล้วทำไม ชายข้างห้อง น้องพิม รีบย้ายออก เจ้าตัวสารภาพเอง

การลงพื้นที่ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญกับพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานแวดล้อม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานระบุว่า ได้เข้ามาเก็บหลักฐานทางเคมีเพิ่มเติมจากจุดเกิดเหตุ เพื่อนำไปตรวจสอบและวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์

ขณะเดียวกัน ทีมสืบสวนได้จำลองสถานการณ์เกี่ยวกับการร้องขอความช่วยเหลือ โดยให้เจ้าหน้าที่นายหนึ่งอยู่บริเวณห้องหมายเลข 1 ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ และจำลองการร้องขอความช่วยเหลือ ก่อนให้เจ้าหน้าที่อีกนายไปยืนบริเวณห้องหมายเลข 2 เพื่อทดสอบระดับเสียงว่า หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง เสียงร้องขอความช่วยเหลือจะสามารถได้ยินไปถึงห้องข้างเคียงมากน้อยเพียงใด

เบื้องต้นพบว่าสามารถได้ยินเสียง แต่เป็นเสียงที่ค่อนข้างเบา นอกจากนี้ ตำรวจยังสอบถามเพื่อนบ้านและผู้พักอาศัยในบริเวณใกล้เคียงเกี่ยวกับเสียงหรือความผิดปกติในช่วงเวลาเกิดเหตุ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการสืบสวน

ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า “นายคิม” เจ้าของห้องเช่าหมายเลข 2 ซึ่งอยู่ติดกันกับน้องพิมได้ย้ายออกไปแล้ว ซึ่งให้เหตุผลว่าที่ย้ายออกไม่ใช่เพราะกลัวเรื่องคดี แต่กลัวเรื่องสิ่งลี้ลับ หลังได้ยินเสียงแปลกๆ

พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สส.ภ.4 เปิดเผยว่า สำหรับพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ มีรายงานว่าพบ DNA ของบุคคลเพศชายที่ไม่ใช่ผู้เสียชีวิตภายในห้องเกิดเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบและเปรียบเทียบกับ DNA ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาความเชื่อมโยงและตรวจสอบว่าร่องรอยดังกล่าวเป็นของบุคคลใด

นอกจากนี้ ตำรวจยังคงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงเส้นทางเข้า-ออกบริเวณหอพักและพื้นที่โดยรอบ โดย ผบก.สส.ภ.4 ระบุว่า เชื่อแน่ได้ว่าเป็นการฆาตกรรม แต่ตำรวจยังต้องนำพยานหลักฐานทั้งหมดมาประกอบกันก่อนที่จะสรุปแนวทางของคดี

ผู้พักอาศัยหวั่นใจ ถูกเรียกสอบเกือบทุกวัน

 

รู้แล้วทำไม ชายข้างห้อง น้องพิม รีบย้ายออก เจ้าตัวสารภาพเอง

ขณะเดียวกัน “นายหนึ่ง” อายุ 40 ปี ผู้พักอาศัยอยู่ภายในหอพัก เปิดเผยว่า ตนมีความกังวลใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ ทำให้ต้องเข้าให้ปากคำกับตำรวจเกือบทุกวันหลังเลิกงาน ตั้งแต่เวลาประมาณ 19.00 น. กว่าจะได้กลับบ้านก็ช่วง 21.00-22.00 น. ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก

นายหนึ่งเล่าถึงวันเกิดเหตุว่า ตนใช้ชีวิตตามปกติอยู่ภายในห้องพัก ทั้งทำความสะอาดห้องและซักผ้า ไม่ได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทหรือความผิดปกติใด ๆ และไม่ได้สังเกตความเคลื่อนไหวบริเวณห้องเกิดเหตุ เนื่องจากปกติไม่ได้มองไปทางฝั่งดังกล่าว

ทั้งนี้ นายหนึ่งยืนยันว่า แม้จะมีบ้านอยู่ติดกัน แต่ไม่เคยพูดคุยกับน้องพิม รวมถึงผู้เช่ารายอื่น ๆ ภายในหอพัก เพราะต่างคนต่างอยู่และไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกัน

รู้แล้วทำไม ชายข้างห้อง น้องพิม รีบย้ายออก เจ้าตัวสารภาพเอง

 

นายหนึ่งกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้ามาขอเก็บพยานวัตถุของตนไปตรวจสอบ ได้แก่ รองเท้าแตะและชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งตนยินดีมอบให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

เมื่อถามถึงกระแสในสังคมออนไลน์ที่มีการตั้งข้อสงสัยว่าผู้ก่อเหตุอาจเป็นบุคคลที่พักอาศัยอยู่ใกล้เคียง นายหนึ่งกล่าวว่า การออกมาชี้แจงหรือแก้ตัวคงไม่มีประโยชน์ เพราะบางคนในโซเชียลมีเดียอาจตัดสินไปแล้ว จึงขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ และให้พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องยืนยันความจริง

 

รู้แล้วทำไม ชายข้างห้อง น้องพิม รีบย้ายออก เจ้าตัวสารภาพเอง

ครอบครัวยังรอความชัดเจนจากผลตรวจหลักฐาน

ส่วนความคืบหน้าพิธีศพ ล่าสุดครอบครัวได้ประกอบพิธีทำบุญตักบาตรเสร็จสิ้นแล้ว ขณะที่ญาติและคนใกล้ชิดยังคงติดตามความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของน้องพิมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด และรอความชัดเจนจากผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานและการสืบสวนของตำรวจ

ขณะนี้ตำรวจยังคงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานในทุกด้าน ทั้งจากจุดเกิดเหตุ พยานบุคคล พยานแวดล้อม DNA หลักฐานทางเคมี และภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อนำมาประกอบการคลี่คลายคดี และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top