
ภาพรับปริญญาภาพหนึ่งกลายเป็นที่พูดถึงบนโลกออนไลน์ของจีน เพราะแตกต่างจากภาพงานรับปริญญาทั่วไปอย่างชัดเจน เมื่อในภาพมี นักศึกษาชายเพียงคนเดียว ยืนอยู่ด้านหลัง ขณะที่ด้านหน้ากลับมีอาจารย์ถึง 9 คน นั่งเรียงกันเพื่อถ่ายภาพร่วมกับบัณฑิต ทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใดจึงมีนักศึกษาเพียงคนเดียว แต่มีอาจารย์จำนวนมากขนาดนี้

ความจริงแล้ว นักศึกษาชายในภาพไม่ได้ตั้งใจเลือกถ่ายรูปกับอาจารย์เพียงลำพัง และไม่ได้หมายความว่าเพื่อนร่วมรุ่นไม่มาร่วมงาน แต่เป็นเพราะในชั้นเรียน รวมถึงในสาขาวิชาที่เขาเรียนอยู่นั้น มีนักศึกษาเพียงคนเดียวจริง ๆ
หลังภาพถูกเผยแพร่และแชร์ต่ออย่างกว้างขวาง ชาวเน็ตจำนวนมากพยายามคาดเดาว่า นักศึกษาคนนี้เรียนสาขาอะไร เพราะเป็นเรื่องค่อนข้างแปลกที่จะเห็นภาพรับปริญญาที่มีบัณฑิตเพียงคนเดียว แต่มีอาจารย์ถึง 9 คน บางคนคาดเดาว่าอาจเป็นสาขาที่มีผู้เรียนจำนวนน้อยมาก เช่น โบราณคดี พิพิธภัณฑศาสตร์ หรือพลังงานนิวเคลียร์

แต่เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับภาพดังกล่าว คำตอบกลับแตกต่างจากที่หลายคนคาดเอาไว้ เพราะนักศึกษาชายในภาพไม่ได้เรียนศาสตร์เกี่ยวกับโบราณวัตถุ พิพิธภัณฑ์ หรือวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ แต่กำลังศึกษาอยู่ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับเด็กเล็กโดยตรง
ภาพดังกล่าวถ่ายในงานรับปริญญาของ มหาวิทยาลัยซานตง มณฑลซานตง ประเทศจีน และนักศึกษาชายในภาพเรียนสาขาที่เรียกว่า “การศึกษาปฐมวัย” ซึ่งเป็นสาขาที่มีความเฉพาะทางและมุ่งเน้นการดูแลและส่งเสริมพัฒนาการของเด็กตั้งแต่อายุ 0-3 ปี
หลายคนอาจเข้าใจว่า “การศึกษาปฐมวัย” หมายถึงการเรียนเพื่อเป็นครูอนุบาลเพียงอย่างเดียว แต่เนื้อหาของสาขานี้มีรายละเอียดเฉพาะทางมากกว่านั้น โดยเน้นการศึกษาและพัฒนาเด็กเล็กตั้งแต่ช่วงอายุ 0-3 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการอย่างรวดเร็ว
ตามข้อมูลของสาขาวิชา นักศึกษาจะได้เรียนเกี่ยวกับทฤษฎีและความรู้หลายด้านที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและพัฒนาเด็กเล็ก ไม่ว่าจะเป็น สุขภาพและการดูแลเด็ก การพัฒนาศักยภาพด้านการเคลื่อนไหว และการพัฒนาภาษา รวมถึงทักษะพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการจัดการศึกษาให้เหมาะสมกับเด็กในช่วงวัยดังกล่าว
นอกจากความรู้ด้านทฤษฎีแล้ว นักศึกษายังต้องฝึกทักษะทางวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาปฐมวัย รวมถึงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กเล็ก เช่น การสอนภาษา การใช้ดนตรีสำหรับเด็ก และกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว
การทำงานกับเด็กเล็กไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเด็กอายุ 0-3 ปี ซึ่งยังมีข้อจำกัดด้านการสื่อสารและต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ผู้ที่ทำงานในสายนี้จึงต้องมีความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก รวมถึงมีทักษะในการสื่อสารและจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับช่วงวัย
ด้วยเหตุนี้เอง จึงมีนักศึกษาจำนวนไม่น้อยที่ลังเลในการเลือกเรียนสาขานี้ แม้ในมณฑลซานตงจะมีมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และโรงเรียนอาชีวะรวมถึง 25 แห่ง ที่เปิดสอนสาขา “การศึกษาปฐมวัย” แต่จำนวนผู้สมัครเรียนในบางแห่งยังคงมีไม่มากนัก
สำหรับนักศึกษาชายในภาพ การเลือกเรียนสาขานี้แม้จะต้องเรียนอยู่ท่ามกลางจำนวนเพื่อนร่วมสาขาที่น้อยมาก จึงกลายเป็นเรื่องที่สร้างความสนใจให้กับชาวเน็ตจำนวนมาก
แม้ภาพจะดูเหมือนเป็นงานรับปริญญาที่ค่อนข้างเงียบเหงา เพราะมีบัณฑิตเพียงคนเดียว แต่ในอีกมุมหนึ่ง ภาพดังกล่าวก็สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของทั้งนักศึกษาและอาจารย์ เพราะแม้จะมีนักศึกษาเพียงคนเดียว แต่อาจารย์ก็ยังคงสอนและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่จนกระทั่งนักศึกษาคนดังกล่าวสำเร็จการศึกษา
ปัจจุบันในประเทศจีนมีนักศึกษาชายเลือกเข้าสู่สาขาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาปฐมวัยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และในโรงเรียนอนุบาลบางแห่งก็สามารถพบครูชายที่ทำหน้าที่ดูแลกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะกิจกรรมด้านการออกกำลังกายหรือพลศึกษาในช่วงพัก
อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ชายที่สมัครเรียนในสาขา “การศึกษาปฐมวัย” ยังคงมีไม่มากเมื่อเทียบกับนักศึกษาหญิง จึงทำให้กรณีของนักศึกษาชายในภาพได้รับความสนใจเป็นพิเศษ หลายคนบนโลกออนไลน์มองว่า การเลือกเรียนสาขานี้ทั้งที่รู้ว่าจะมีเพื่อนร่วมสาขาน้อย แสดงให้เห็นว่าเขาน่าจะมีความสนใจในสายงานด้านเด็กเล็กอย่างจริงจัง
ขณะเดียวกัน สาขาการศึกษาปฐมวัยก็ยังถูกมองว่ามีศักยภาพในประเทศที่มีประชากรจำนวนมากอย่างจีน เพราะเมื่อมาตรฐานการครองชีพของครอบครัวดีขึ้น ผู้ปกครองรุ่นใหม่ก็ให้ความสำคัญกับพัฒนาการและการศึกษาของลูกตั้งแต่ช่วงวัยแรกเริ่มมากขึ้น แม้เด็กจะยังไม่สามารถพูดหรือสื่อสารได้อย่างชัดเจนก็ตาม
ข้อมูลจากเว็บไซต์ Jobui ที่ปรากฏในเนื้อหาต้นทางระบุว่า เงินเดือนของครูในอุตสาหกรรม “การศึกษาวัยเด็ก” แตกต่างกันไปตามพื้นที่ โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4,500-8,000 หยวน หรือราว 21,254-37,786 บาท ตามตัวเลขที่ระบุในแหล่งข้อมูลดังกล่าว

โดยทั่วไป อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาปฐมวัยยังมีความต้องการในตลาดแรงงาน แม้จำนวนโอกาสการทำงานในปี 2024 จะลดลง แต่ความต้องการโดยรวมยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่
ภาพของนักศึกษาชายเพียงคนเดียวจากมหาวิทยาลัยซานตงไม่ใช่กรณีเดียวที่เคยสร้างความสนใจบนโลกออนไลน์ ก่อนหน้านี้ก็เคยมีภาพรับปริญญาที่มีลักษณะคล้ายกันจาก มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน
ภาพดังกล่าวเป็นภาพของ นักศึกษาหญิงเพียงคนเดียว ที่เรียนอยู่ในสาขา “บรรพชีวินวิทยา” ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ศึกษาลักษณะ รูปร่าง วิถีชีวิต และประวัติวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตในอดีต ทั้งสัตว์และพืชที่ปรากฏอยู่ในธรณีกาล
สาขานี้มีลักษณะเฉพาะทางอย่างมาก และจำนวนผู้ที่เลือกเรียนมีไม่มาก โดยข้อมูลที่ปรากฏในเนื้อหาต้นทางระบุว่า มหาวิทยาลัยปักกิ่งเคยรับนักศึกษาในสาขาบรรพชีวินวิทยาเพียง 6 คนตลอดระยะเวลา 9 ปี ซึ่งคิดเป็นค่าเฉลี่ยประมาณปีละ 1 คน และในบางปีก็ไม่มีนักศึกษาสมัครเข้าเรียนเลย
จึงไม่น่าแปลกที่เมื่อมีภาพรับปริญญาของนักศึกษาจำนวนน้อยถูกเผยแพร่ออกมา จะกลายเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากชาวเน็ต เพราะแตกต่างจากภาพรับปริญญาที่คนส่วนใหญ่มักคุ้นเคย ซึ่งมักมีนักศึกษาจำนวนมากยืนถ่ายภาพร่วมกัน
เมื่อเปรียบเทียบภาพของนักศึกษาหญิงจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งกับนักศึกษาชายจากมหาวิทยาลัยซานตง ทั้งสองกรณีสะท้อนให้เห็นลักษณะเดียวกัน นั่นคือการเลือกเรียนสาขาเฉพาะทางที่มีผู้สมัครจำนวนน้อย แม้บรรยากาศในห้องเรียนหรือในวันรับปริญญาอาจดูเงียบเหงากว่าสาขาอื่น แต่ก็เป็นเส้นทางการศึกษาที่มีผู้สนใจเลือกเดินตามความสนใจของตัวเอง
เรื่องราวของบัณฑิตชายที่ยืนอยู่ท่ามกลางอาจารย์ 9 คนจึงไม่ได้เป็นเพียงภาพรับปริญญาที่แปลกตาเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้คนได้รู้จักสาขา “การศึกษาปฐมวัย” มากขึ้น และเห็นว่าสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับเด็กเล็กก็มีรายละเอียดและทักษะเฉพาะทางไม่น้อยไปกว่าสาขาอื่น
ตั้งแต่การดูแลสุขภาพเด็ก การส่งเสริมพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว การพัฒนาภาษา ไปจนถึงการออกแบบกิจกรรมด้านภาษาและดนตรี ล้วนต้องอาศัยความรู้และการฝึกฝนของผู้ที่ทำงานด้านนี้
แม้จำนวนนักศึกษาจะมีเพียงคนเดียว แต่การที่มีอาจารย์ถึง 9 คนร่วมถ่ายภาพในวันสำเร็จการศึกษา ก็กลายเป็นภาพที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษากับผู้สอนในอีกมุมหนึ่ง เพราะตลอดระยะเวลาที่เรียน นักศึกษาคนดังกล่าวยังได้รับการเรียนการสอนและการฝึกฝนอย่างเต็มที่จนสามารถสำเร็จการศึกษาได้
ขณะเดียวกัน เรื่องนี้ยังทำให้เกิดการพูดถึงสาขาวิชาที่มีผู้เรียนจำนวนน้อยในจีน ตั้งแต่การศึกษาปฐมวัยไปจนถึงบรรพชีวินวิทยา ซึ่งแม้จะไม่ได้เป็นสาขาที่มีนักศึกษาจำนวนมาก แต่ก็ยังมีความสำคัญในด้านการศึกษาและตลาดแรงงานตามบริบทของแต่ละสาขา
ดังนั้น ภาพรับปริญญาที่ดูเหมือน “เหงา” ในสายตาของคนทั่วไป อาจไม่ได้หมายถึงความโดดเดี่ยวของนักศึกษา แต่กลับเป็นภาพของคนคนหนึ่งที่เลือกเส้นทางการศึกษาที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ และเดินทางมาถึงวันที่สำเร็จการศึกษาได้ แม้ตลอดเส้นทางจะมีเพื่อนร่วมสาขาเพียงไม่กี่คน หรือในกรณีนี้อาจมีเพียง คนเดียว ก็ตาม