สะเทือนวงการ! ครม. ไฟเขียว เปิดรายชื่อ 11 ตำแหน่ง เกษียณปุ๊บยุบทันที

 

สะเทือนวงการ! ครม. ไฟเขียว เปิดรายชื่อ 11 ตำแหน่ง เกษียณปุ๊บยุบทันที

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปฏิรูประบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ เนื่องจากปัจจุบันงบประมาณรายจ่ายประจำของประเทศอยู่ที่ประมาณ 70% และมีสัดส่วนงบประมาณด้านบุคลากรอยู่ในระดับสูง ขณะที่รัฐบาลยังมีภารกิจสำคัญอีกหลายด้านที่จำเป็นต้องใช้งบประมาณในการขับเคลื่อนประเทศ เวลาและปฏิทิน

ดังนั้น การปฏิรูประบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐจึงเป็นเรื่องจำเป็น โดยก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อศึกษาและกำหนดแนวทางการปฏิรูประบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ ให้สอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา

สะเทือนวงการ! ครม.ไฟเขียว 11 ตำแหน่ง 'เกษียณปุ๊บ ยุบปั๊บ' ลดกำลังคนภาครัฐ - The Bangkok Insight

ล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบข้อเสนอของคณะกรรมการฯ โดยมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการควบคุมและปรับลดอัตรากำลังข้าราชการ ดังนี้

1. ชะลอการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่

ให้ชะลอการขอรับการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ในทุกกรณี โดยให้ส่วนราชการตรึงอัตรากำลัง บริหารจัดการอัตรากำลังที่มีอยู่ และบรรจุในอัตราว่างเท่าที่จำเป็น ตามผลการสอบแข่งขันหรือคัดเลือกที่ได้ประกาศขึ้นบัญชีไว้แล้ว หรืออยู่ระหว่างดำเนินการสอบแข่งขันหรือคัดเลือก เพื่อควบคุมการเพิ่มกรอบอัตรากำลังในภาพรวม

พร้อมมอบหมายให้คณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวง (อ.ก.พ. กระทรวง) ดำเนินการพิจารณายุบเลิกกรอบอัตราข้าราชการประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ/ชำนาญการ และประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน ที่ไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2567 เป็นต้นมา

ยกเว้นกรณีที่มีการประกาศรับสมัครไว้แล้ว โดยให้รายงานผลการพิจารณายุบเลิกกรอบอัตราดังกล่าวต่อ คปร. ภายในเดือน ธ.ค. 2569

2. ยุบเลิกตำแหน่งที่ว่างจากการเกษียณอายุราชการ

ให้ยุบเลิกตำแหน่งข้าราชการประเภทวิชาการและประเภททั่วไป ซึ่งเป็นอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการในปีงบประมาณ 2570 ที่เดิมเคยได้รับการทดแทนด้วยการจ้างงานรูปแบบอื่น เช่น พนักงานราชการ ตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ในมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ พ.ศ. 2566-2570

โดยจะไม่ทดแทนตำแหน่งดังกล่าวด้วยกรอบพนักงานราชการ ยกเว้นสายงานแพทย์และทันตแพทย์ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจำเป็นต้องใช้สำหรับบรรจุนักศึกษาแพทย์และทันตแพทย์ที่สำเร็จการศึกษา รวมถึงผู้ปฏิบัติงานในเรือนจำ

มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมตั้งแต่ปีงบประมาณ 2571-2575

3. ทยอยยุบตำแหน่งสายงานสนับสนุน 11 สายงาน

ให้ยุบเลิกตำแหน่งในสายงานสนับสนุนที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้รูปแบบการจ้างงานประเภทข้าราชการ เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเกษียณอายุราชการ โดยเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป รวม 11 สายงาน ได้แก่

เจ้าพนักงานธุรการ (เฉพาะในราชการบริหารส่วนกลาง)

เจ้าพนักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์

ปฏิรูปราชการ เช็ก 11 สายงาน ยุบเลิกตำแหน่ง หากเกษียณไม่บรรจุเพิ่ม

เจ้าพนักงานสื่อสาร

เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา

เจ้าพนักงานห้องสมุด

นายช่างขุดลอก

นายช่างพิมพ์

นายช่างภาพ

นายช่างศิลป์

บรรณารักษ์ (ยกเว้นกรณีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม)

ผู้ประกาศและรายงานข่าว

ทั้งนี้ เพื่อให้การปรับลดอัตรากำลังในสายงานสนับสนุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่กระทบต่อการปฏิบัติราชการ ให้ส่วนราชการทยอยยุบเลิกตำแหน่งเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากราชการ และพิจารณาใช้รูปแบบการจ้างงานอื่นที่เหมาะสมมาทดแทน ควบคู่กับการวางแผนและบริหารจัดการกำลังคนในระยะยาว

น.ส.รัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า มติ ครม. ยังให้ทุกส่วนราชการทบทวนบทบาท ภารกิจ และโครงสร้างของหน่วยงานให้สอดคล้องกับอัตรากำลังที่กำหนดตามมาตรการตรึงอัตรากำลัง โดยต้องดำเนินการตามมาตรการปรับโครงสร้างส่วนราชการ และต้องไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานหรือการให้บริการประชาชน

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและมาตรการที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด และมาตรการชะลอการกำหนดตำแหน่งเป็นระดับที่สูงขึ้น

ครม.ชะลอขยายเกษียณอายุราชการ จาก 60 เป็น 63 ปี เน้นจ้างงานกลุ่มเปราะบางก่อน
ขณะเดียวกัน ให้ส่วนราชการที่รับผิดชอบโดยตรงจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในด้านต่าง ๆ อาทิ มาตรการสนับสนุนการจ้างเหมาบริการ การเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล การปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการและลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงการปฏิรูประบบเบี้ยหวัดและบำเหน็จบำนาญให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป

น.ส.รัชดา ระบุว่า การปฏิรูประบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน และสนับสนุนให้ภาครัฐใช้งบประมาณด้านบุคลากรอย่างคุ้มค่า มีโครงสร้างส่วนราชการและอัตรากำลังที่เหมาะสมกับบทบาทและภารกิจ รวมทั้งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบัน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top