
“หมอเจด” เตือน! คลำเต้านมไม่เจอก้อน ไม่ได้แปลว่าไม่มีมะเร็ง เผย 7 สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม มารู้ก็สายเกินไป
“หมอเจด” นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า
หลายคนคลำเต้านมแล้วไม่เจอก้อนก็สบายใจ คิดว่าคงไม่มีอะไร แต่ผมอยากเตือนตรง ๆ ว่า มะเร็งเต้านมบางชนิดไม่ได้เริ่มด้วยก้อนชัด ๆ ครับ โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมชนิดอักเสบ อาจมาเป็นผิวแดง บวม ร้อน หรือผิวคล้ายเปลือกส้มแทน ถ้าเต้านมข้างหนึ่งเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน อย่ารอดูจนเป็นเดือน เพราะคำว่า “ไม่มีก้อน” ไม่ได้ใช้ตัดมะเร็งออกได้ครับ

1️⃣ ผิวบุ๋ม ดึงรั้ง หรือย่นผิดจากเดิม
ถ้าผิวเต้านมมีรอยบุ๋มเหมือนถูกดึงจากด้านใน เห็นชัดเวลายกแขน หรือรูปร่างเต้านมเริ่มบิดเบี้ยว ควรไปตรวจครับ เพราะก้อนหรือเนื้อผิดปกติที่อยู่ลึกอาจดึงพังผืดและผิวหนังเข้าไป แม้มือจะยังคลำไม่เจอก้อนชัดก็ตาม อย่าคิดว่าเป็นแค่ผิวไม่เรียบเพราะอายุหรือเพราะน้ำหนักเปลี่ยน ถ้าเกิดใหม่และเป็นข้างเดียวต้องเช็กครับ
2️⃣ ผิวหนา รูขุมขนชัด คล้ายเปลือกส้ม
ลักษณะนี้เรียกว่า Peau d’orange ผิวจะบวม หนา และมีจุดบุ๋มตามรูขุมขนคล้ายเปลือกส้ม เกิดจากทางเดินน้ำเหลืองใต้ผิวหนังถูกอุดกั้น จนของเหลวคั่งอยู่ในเต้านมครับ ลักษณะนี้เป็นหนึ่งในสัญญาณที่ต้องนึกถึงมะเร็งเต้านมชนิดอักเสบ ซึ่งหลายครั้งไม่มีก้อนให้คลำด้วย อย่ารอให้ก้อนโผล่ก่อนถึงไปตรวจครับ
3️⃣ เต้านมแดง บวม ร้อน หรือโตขึ้นเร็วข้างเดียว
ผิวแดงไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป เพราะอาจมาจากการติดเชื้อหรือเต้านมอักเสบได้ครับ แต่ถ้าแดงเป็นบริเวณกว้าง เต้านมร้อน หนัก บวม หรือขนาดเปลี่ยนเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์ โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ให้นมบุตร ต้องรีบตรวจ มะเร็งเต้านมชนิดอักเสบอาจดูคล้ายการอักเสบทั่วไปมาก และถ้ารักษาเหมือนติดเชื้อแล้วไม่ดีขึ้น ยิ่งไม่ควรปล่อยต่อครับ
4️⃣ หัวนมบุ๋มเข้าด้านในแบบเพิ่งเกิด
บางคนหัวนมบุ๋มมาตั้งแต่เด็กและไม่เคยเปลี่ยน แบบนั้นอาจเป็นลักษณะปกติของร่างกายครับ แต่ถ้าหัวนมที่เคยยื่นกลับถูกดึงเข้าไปข้างใน หัวนมเอียง รูปร่างเปลี่ยน หรือมีผิวรั้งรอบหัวนม ควรให้แพทย์ตรวจ เพราะอาจมีเนื้อผิดปกติดึงท่อน้ำนมหรือเนื้อเยื่อจากด้านในครับ
5️⃣ ผื่น แดง ลอก หรือเป็นแผลที่หัวนมไม่หาย
ผื่นหัวนมอาจเป็นแค่ผิวแพ้หรือ Eczema ได้ครับ แต่ถ้าผื่นเริ่มตรงหัวนมข้างเดียว ลอกเป็นขุย แสบ คัน มีน้ำเหลือง หรือรักษาแล้วไม่หาย ต้องระวัง Paget’s disease of the nipple ซึ่งเป็นมะเร็งเต้านมชนิดหนึ่งที่แสดงอาการบริเวณหัวนม อย่าทาครีมวนไปเรื่อย ๆ หลายเดือนโดยยังไม่รู้ว่าเกิดจากอะไรครับ
6️⃣ มีน้ำหรือเลือดไหลออกจากหัวนมเอง
ถ้ามีน้ำนมในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมเป็นเรื่องหนึ่งครับ แต่ถ้ามีของเหลวไหลออกเองโดยไม่ได้บีบ โดยเฉพาะออกจากรูเดียว ข้างเดียว มีสีใสคล้ายน้ำ หรือมีเลือดปน ควรไปตรวจ แม้จะยังคลำไม่เจอก้อนก็ตาม เพราะความผิดปกติอาจอยู่ในท่อน้ำนมและมองจากภายนอกไม่เห็นครับ
7️⃣ เต้านมข้างหนึ่งเปลี่ยนขนาด รูปร่าง หรือรู้สึกหนักผิดปกติ
เต้านมสองข้างไม่เท่ากันเล็กน้อยเป็นเรื่องที่พบได้ครับ แต่ถ้าข้างหนึ่งโตขึ้นเร็ว รูปร่างเปลี่ยน รู้สึกหนัก แน่น หรือตึงกว่าปกติอย่างชัดเจน ต้องหาสาเหตุ ไม่ควรโทษแค่น้ำหนักขึ้นหรือฮอร์โมน โดยเฉพาะเมื่อมีผิวแดง ผิวหนา หัวนมเปลี่ยน หรือมีก้อนใต้รักแร้ร่วมด้วยครับ
ถ้าเห็นความเปลี่ยนแปลง ควรทำอย่างไร?
• ถ่ายรูปเก็บไว้ในแสงและมุมเดิม เพื่อดูว่าผิวหรือหัวนมเปลี่ยนเร็วแค่ไหน
• อย่าบีบหัวนมซ้ำ ๆ เพื่อเช็กของเหลว เพราะยิ่งบีบก็ยิ่งระคายเคือง
• ถ้ามีอาการแดง บวม หรือเจ็บ อย่าซื้อยาทาหรือยาฆ่าเชื้อใช้เองนาน ๆ โดยยังไม่รู้สาเหตุ
• จดว่าเริ่มเป็นเมื่อไร เปลี่ยนตามรอบเดือนหรือไม่ และมีไข้ ปวด หรือก้อนใต้รักแร้ร่วมด้วยไหม
• ไปตรวจแม้คลำไม่เจอก้อน เพราะความผิดปกติบางอย่างอยู่ลึกหรืออยู่ในท่อน้ำนม
• อายุไม่มากก็อย่าชะล่าใจครับ มะเร็งเต้านมพบในคนอายุน้อยได้เหมือนกัน ถ้ามีผิวหรือหัวนมเปลี่ยนไปจากเดิม ควรตรวจโดยไม่ต้องรอให้ถึงวัยคัดกรองครับ
อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งทุกคนครับ แต่เราต้องตรวจเพื่อแยกให้ชัด และไม่ควรรอให้ครบทุกข้อก่อนค่อยไป เพราะบางคนมีเพียงสัญญาณเดียวก็ตรวจพบความผิดปกติได้ การตรวจอาจประกอบด้วยการตรวจร่างกาย Mammogram, Ultrasound หรือเก็บชิ้นเนื้อ ขึ้นอยู่กับอายุและลักษณะที่พบครับ
ผมอยากให้ทุกคนรู้จักรูปร่าง ผิว และหัวนมของตัวเองในวันที่ปกติครับ เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่การจำภาพมะเร็งทุกแบบ แต่คือการเห็นว่า “มันเปลี่ยนไปจากเดิม” แล้วไม่ปล่อยผ่าน ไม่เจอก้อนไม่ได้แปลว่าปลอดภัย และการตรวจเร็วก็ไม่ได้แปลว่าเราคิดมาก แต่มันคือการไม่เปิดโอกาสให้ความผิดปกติเดินต่อโดยที่เราไม่รู้ครับ
