
สาวโพสต์ทั้งน้ำตา สูญเสียสามีวัย 30 ต้น ๆ หลังถูกหมอรพ.ดัง วินิจฉัยผิดพลาด ผลชันสูตรชี้เป็นหลอดเลือดหัวใจตีบ 2 เส้น
กลายเป็นเรื่องสะเทือนใจที่ถูกพูดถึงอย่างหนักในโลกออนไลน์ หลังหญิงรายหนึ่งออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์สูญเสียสามีอย่างกะทันหัน ทั้งที่ได้พาไปรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว แต่กลับเชื่อว่าไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม จนนำไปสู่การเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เจ้าของโพสต์เล่าว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สามีเริ่มมีอาการปวดร้าวจากนิ้ว ลามขึ้นแขน หน้าอก และบริเวณหัวใจ พร้อมมีเหงื่อออกท่วมตัว โดยเพื่อนร่วมงานสังเกตว่ามีอาการเหงื่อแตกผิดปกติมาตลอดทั้งสัปดาห์ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในอำเภอบ้านโป่ง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม
เมื่อถึงโรงพยาบาล พยาบาลได้ซักประวัติและส่งต่อไปยังแผนกอายุรกรรม แต่แพทย์อายุรกรรมยังไม่ตรวจรักษา โดยระบุว่าต้องรอผลตรวจเลือดและระดับคอเลสเตอรอลก่อน ทว่าขณะนั้นไม่สามารถตรวจได้ เนื่องจากผู้ป่วยรับประทานอาหารเช้ามาแล้ว ทำให้ถูกส่งตัวไปพบแพทย์กระดูก เพราะเคยมีประวัติปวดเส้นเอ็นจากการอุ้มลูก


แม้ผู้ป่วยจะยืนยันว่าอาการครั้งนี้แตกต่างจากเดิม เพราะปวดร้าวขึ้นมาถึงหน้าอก แต่หลังจากแพทย์กระดูกสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ ประกอบกับทราบว่าผู้ป่วยมีภาวะไขมันในเลือดสูง จึงส่งตัวต่อไปพบแพทย์ทั่วไป
ภรรยาผู้เสียชีวิตระบุว่า ระหว่างพบแพทย์ทั่วไป เธอได้อธิบายอาการอย่างละเอียด พร้อมขอให้ช่วยตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) แต่คำขอดังกล่าวถูกปฏิเสธ อีกทั้งแพทย์ไม่ได้ใช้เครื่องฟังเสียงหัวใจหรือทำการตรวจเพิ่มเติม โดยอธิบายว่าอาการเหงื่อแตกอาจเกิดจากอากาศร้อน ความวิตกกังวล หรือผู้ป่วยมีอาการแพนิคและกลัวเข็มฉีดยา
เธอยังอ้างว่า แพทย์พูดในลักษณะตำหนิว่าไปอ่านข้อมูลจาก Google หรือ AI มากเกินไปจนคิดไปเอง พร้อมใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม และยืนยันว่าผู้ชายอายุเพียง 30 กว่าปี มีโอกาสเป็นโรคหัวใจเพียง 3-5% อีกทั้งระบุว่าหากผู้ป่วยเจ็บจริง คงไม่สามารถนั่งยิ้มได้ ซึ่งเธอชี้แจงว่าสามีเป็นคนอดทนและไม่ค่อยแสดงอาการเจ็บปวดออกมา
แม้เธอจะเสนอขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด หรือขอย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่น แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ และสุดท้ายถูกแนะนำให้พาผู้ป่วยกลับบ้าน
อย่างไรก็ตาม หลังกลับถึงบ้านได้ไม่นาน ช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. สามีเกิดอาการช็อกและเสียชีวิต ทิ้งภรรยาและลูกน้อยไว้เบื้องหลัง

ผลการชันสูตรภายหลังระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจาก ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ 2 เส้น ซึ่งเป็นโรคหัวใจ ไม่ใช่อาการแพนิคตามที่ได้รับการวินิจฉัยเบื้องต้น
เจ้าของโพสต์ยังเปิดเผยว่า ภายหลังแพทย์ผู้ตรวจยอมรับว่าตนเองเป็นคนพูดจาไม่ดี พร้อมกล่าวขอโทษ แต่สำหรับเธอ คำขอโทษไม่อาจนำชีวิตของสามีกลับคืนมาได้
เธอทิ้งท้ายด้วยคำถามที่สร้างความสะเทือนใจว่า หากในวันนั้นแพทย์ยอมตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) หรือทำการตรวจเพิ่มเติมตามที่ร้องขอ สามีของเธอจะยังมีโอกาสรอดชีวิตหรือไม่ พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมจึงไม่มีความพยายามตรวจให้แน่ชัด ทั้งที่ผู้ป่วยมีอาการเข้าข่ายโรคหัวใจอย่างชัดเจน
